เมนู

บทความล่าสุด

นวนิยาย Romantica

การเขียนนวนิยายอีโรติก

ผู้กำลังออนไลน์

· บุคคลทั่วไปออนไลน์: 1

· สมาชิกออนไลน์: 0

· สมาชิกทั้งหมด: 728
· สมาชิกใหม่: kunyada

เจ้านกเอี้ยงตีวิดทำไร

เข้าสู่ระบบ

ชื่อ

รหัสผ่าน



ไม่ได้เป็นสมาชิก?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน?
ขอรหัสผ่าน ที่นี่.

ฝากข้อความ

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อฝากข้อความ.

22/01/2017 14:17
สวัสดีคะทุกท่าน Smile

01/04/2014 13:05
จะเริ่มลงห้วงเสน่ห
า ไฟอารมณ์ต่อแล้วค่ะ
ตอนนี้ขอลงสามบทแรก
รวดฟื้นความจำจ้า

27/11/2013 17:05
ขอให้อ่านสนุก มีความสุขนะคะ ขอบคุณค่ะ ^--^ Smile

26/11/2013 09:46
ได้รับหนังสือแล้วน
ะค่ะ ขอบคุณมากคะ จะกลัีบไปอ่านทันที
เลยคะ : Smile Pfft Grin Angry

17/05/2013 15:06
ฮ่าๆๆๆ มาเริ่มตรงนี้แล้วก
ันนะ...คงจะพอมีเรื
่องให้เขียนไปได้เร
ื่อย ๆ จนจบ

22/03/2013 18:07
งานหนังสือ ไม่มีค่ะ แต่หลังงานประมาณ พฤษภาคม เรื่องของแปรจันทร์
"พรรักจากพระจันทร์" น่าจะวางแผงได้ค่ะ Smile Smile

22/03/2013 15:54
ในงานสัปดาหนังสือจ
ะมีไรให้อ่านไม๊คะ

26/02/2013 23:28
ยังไงก็รอค่ะคุณฟี่
เพราะชอบที่มีเรื่อ
งซ้อนเหมือนบันทึกร
้อยวันดี ^^

18/02/2013 19:06
มายาร้าย คืบหน้าแต่ส่วนของ เวธกา-ราเมศค่ะ ส่วนของม่านราตรี - ชนเขต ยังนิ่งอยู่ รอหน่อยนะคะ ^--^

16/02/2013 21:41
มีวี่แววว่ามายาร้า
ยจะออกบ้างมั้ยคะ คุณฟี่ อิอิ...รออยู่น้า

ดูกระทู้

 พิมพ์กระทู้
ไฟรักเพลิงแสงจันทร์ บทที่ ๓
Spannga
#1 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 16-10-2012 11:48
ภาพประจำตัวผู้ใช้

Super Administrator

ข้อความ: 60
เข้าร่วม: 13.08.08

บทที่ ๓

อัคคีนอนไม่หลับ ยอมรับกับตัวเองว่า การจูบผู้หญิงคนนั้นทำให้เขาตื่น และเขาไม่คิดจะเรียกหาคนอื่นมาทดแทน เพราะรู้แล้วว่าเธอเป็นใคร เธอไม่ได้หวงเนื้อหวงตัว และเขาก็ไม่ได้คิดดูถูกผู้หญิง เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องต่างคนต่างมีความคิด เธอไม่ใช่เด็ก ทุกอย่างเป็นเรื่องของความเต็มใจซึ่งกันและกัน เขาไม่ได้ข่มขู่บีบบังคับ แต่จะห้ามไม่ให้เขาโน้มน้าวและเชิญชวนในสิ่ง่ที่เขาต้องการไม่ได้ ไม่แน่วันนี้ เขาอาจจะไปชวนเธอขับรถเล่นรอบเกาะ เขามาคนเดียว ชวนเธอเป็นเพื่อนคุยในตอนกลางวันก็ไม่น่าจะเป็นไร แต่ให้หมดธุระเรื่องครอบครัวลุงอินสรก่อนเถอะ

ชายหนุ่มออกมาจากห้องน้ำ เหลืออีกสิบห้านาทีจะถึงเวลานัด แต่โทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น

“ผมมาแล้วนะครับ กำลังจะไปหาที่บ้าน เดี๋ยวไปกินเช้าที่บ้านโน้นกันเลยก็ได้ ผมโทรไปบอกคุณแสงแล้วว่า เราจะไป” ทนายเสกสรรบอก

“ครับ”

อัคคีคว้ากางเกงยีนและเสื้อยืดคอปกมาใส่ เขาคิดไม่ออกว่า ภรรยาของลุงอินสรจะเป็นคนหน้าตาอย่างไร แต่ลุงนั้นเป็นคนเจ้าชู้ การกู้ยืมเงินมาระดับนี้ ก็แสดงว่าคนใช้เงินมือเติบ และลุงของเขาก็อาจจะเหมือนพ่อของเขา ตั้งแต่แม่ตาย พ่อแต่งงานอีกสามครั้ง แต่ละครั้งก็หมดเปลืองกับผู้หญิงที่เลือกมาเป็นเมีย อายุมากสุดก็มากกว่าเขาไม่กี่ปี นอกนั้นจะเป็นสาวน้อย ที่ใครๆ เห็นก็มองชัดเลยว่า หล่อนแต่งเพื่อเงิน เพราะพ่อหมดตัวกับการหย่ากับผู้หญิงไม่น้อย แต่ท่านก็ยังไม่เข็ด ปีที่แล้วนี่เองที่ท่านแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนหนึ่ง และเขาอาจจะเรียกได้ว่าลูกอกตัญญู ที่ไม่ได้สนใจจะไปงานแต่งของท่าน เขากับพ่อห่างเหินกันตั้งแต่แม่เสียชีวิตเหมือนกัน วัยเด็กเขาต้องอยู่กับพี่เลี้ยง โรงเรียนประจำ เพื่อนฝูง หรือไม่ก็บ้านของย่า ผู้รักเอ็นดูเขา สมบัติที่เขามีทุกวันนี้ เรียกได้ว่ามาจากย่า ย่าเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง แต่พ่อของเขาคงจะเหมือนปู่ ที่เจ้าชู้เสียเหลือเกิน ซึ่งบางครั้งมันก็ทำให้เขากลัวเหมือนกันว่า...เขาจะเหมือนบรรพบุรุษของเขา

ชายหนุ่มยิ้มออกมานิดๆ เมื่อคิดถึงตอนนี้ ถ้าหากเขาพูดเล่นๆ อย่างนี้ ย่าเป็นต้องดุ ขึ้นมาว่า

“อย่าไปโทษใคร ไอ้ของอย่างนี้มันไม่ได้อยู่ในสายเลือดในยีนใครหรอก มันอยู่ในสมองกับจิตใจนั่นต่างหาก ถ้าคนเราจะรักจะซื่อสัตย์กับใครสักคนที่เรารักแล้ว มันก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ อยู่ที่ว่าแกจะเลือกยังไงกับชีวิตตัวเอง ถ้าคิดว่าจะตายง่ายก็ทำไปเถอะ ถ้ามันไม่ได้เดือดร้อนทำให้เจ็บปวด แต่ถ้าคิดว่าจะอยู่อีกนานหลายปี แกต้องหาคู่ชีวิตของตัวเองให้เจอ”

ตอนนี้ย่าเสียชีวิตไปแล้ว โดยที่เขายังไม่ได้หาหลานสะใภ้ให้ท่าน ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเจอคู่ชีวิตเมื่อไหร่ เพราะไม่มีอะไรบอกได้ ผู้หญิงที่เขาคบผ่านมา ไม่เคยทำให้เขารู้สึกถึงขึ้นอยากรักอยากแต่งงานด้วยเลย ...แม้แต่กับผู้หญิงเมื่อคืน แม้เขาจะถวิลหา แต่ก็รู้ว่า มันเป็นแค่ความรู้สึกทางเพศเท่านั้น แม้เขาจะไม่เคยนึกสนุกกกับการหยอกเย้ากับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อน

แต่ไพ่เดอะเลิฟเวอร์ ไม่ได้บอกว่า เธอจะเป็นคู่ชีวิตเขานี่นา แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ก็คงใช่...เหมือนเมื่อคืนที่เธออยู่กับเขาที่ผับนั่นแหละ...แต่มันจะเป็นไรไปเราหากเขาจะลิขิตให้มันยาวออกไปอีกสักสัปดาห์สองสัปดาห์ ตลอดเวลาที่เขาพักอยู่นี่

แล้วอัคคีก็หันไปมอง เจ้าตุ๊กตาตัวน้อยนั่น...รอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าเขา เมื่อคิดว่า เขาต้องทำให้ได้มากกว่าจูบ เธอทำงานที่ผับนั่น และเขาเชื่อว่าเธอจะต้องเป็นโสด เขาจะไปหาเธอ นัดเธอเที่ยว แล้วทุกอย่างก็จะตามมา ตามวิถีที่มันควรจะเป็น เขาเป็นอิสระ ไม่แปลกที่จะสนุกกับเธอตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่ที่นี่ มันอยู่ที่ตัวเธอเองต่างหากที่จะให้เขารุกได้แค่ไหน และจากเมื่อคืนที่เขาได้จูบเธอ...การตอบสนองของเธอทำให้เขามั่นใจเต็มร้อยเลยว่า เธอจะไม่ปฏิเสธเขาเป็นครั้งที่สองแน่ๆ

ทนายเสกสรรมาตรงเวลา และไม่เสียเวลากับการรอคอย เมื่อตรงไปที่รถของเขา และบอกทางให้ และมันทำให้อัคคีต้องขมวดคิ้ว เมื่อนายเสกสรรบอกให้เขาจอดที่ประตูไม้สีทึมหลังหนึ่ง มุกแปดเหลี่ยมที่เห็นทำให้เขาคุ้นตามาก และเมื่อ เปิดประตูรั้วไม้เข้าไป ต้นแสงจันทร์ ที่อยู่ภายในก็ทำให้เขาจดจำได้ว่า นี่มันคงเป็นอีกด้านของผับที่เขามาทางชายทะเล

“ผมลืมบอกไปว่า ที่นี่เปิดเป็นผับเวลากลางคืน แต่คุณแสงไม่ให้ใช้ด้านนี้เป็นทางเข้า เธอให้ไปด้านชายหาดอย่างเดียว จะได้ดูแลทั่วถึง”

อัคคีเงียบ และเขาไม่ได้บอกกับนายเสกสรรว่า เมื่อคืนเขาก็มาที่นี่ เขาเดินตามนายเสกสรร ขึ้นบันไดไปอย่างคุ้นเคย ด้านบนโล่งกว้าง และมองเห็นมุกห้องมุขแปดเหลี่ยมได้อย่างชัดเจน กลิ่นกาแฟและขนมปังปิ้งโชยมา มันทำให้รู้สึกถึงความเป็นบ้าน ต่างจากเมื่อคืนลิบลับ

“เชิญค่ะ คุณเสก”

ทนายเสกสรรแนะนำให้เขารู้จัก นางชงโค สตรีร่างท้วมอายุคงไม่ต่ำกว่าห้าสิบ มีวี่แววว่าเป็นคนใจดีและใจเย็น เขาไม่เห็นนางที่ผับเมื่อคืนนี้

“เดี๋ยวคุณแสงออกมาค่ะ เธอเพิ่งจะตื่น ตอนที่คุณเสกโทรมา”

“ผมก็ลืมนัดเอาไว้ก่อน ตาพนาสบายดีไหมครับ ไม่เห็นเลย”

“ข้ามฝั่งไปติวกับเพื่อนแต่เช้าค่ะ คุณแสงเธออยากให้เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐให้ได้ ค่าเรียนจะได้ถูกหน่อย”

“อ้าวจะจบหกแล้วหรือครับ” นายเสกสรรถาม

ขณะที่ทนายเสกพูดคุยกับนางชงโคถึง พนา ซึ่งเขาคิดว่า คงจะเป็นลูกติดของคุณแสงจันทร์ อัคคีก็ถือโอกาสลุกขึ้นไปที่ระเบียง มองทะเล อากาศที่นี่ดีมากๆ มันน่าพักผ่อนให้ได้นาน แต่การรู้ว่าที่นี่คือผับมนต์จันทรา มันยิ่งทำให้เขาคิดถึงผู้หญิงเมื่อคืน เธอจะปฏิเสธเขาไหมหากรู้ว่า เขาคือเจ้าของที่นี่ ไม่แน่เขาอาจจะขอร้องให้ป้าแสงจันทร์ อนุญาตให้เธอไปเที่ยวกับเขาสักคืน

“คุณแสงสวยจัง จะออกไปไหนต่อหรือครับ”

อัคคีหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงทักทาย พร้อมกับการเอ่ยชื่อแสงจันทร์ แต่แล้วชายหนุ่มก็ชะงัก เมื่อเห็นร่างในชุดกระโปรงสีดำคอปาด แขนสามส่วน กระโปรงแนบสนิทพอดีตัว ใบหน้าตกแต่งอย่างประณีตดูเป็นธรรมชาติ ต่างไปจากเมื่อคืนลิบลับ ดูราวกับว่า เธอกำลังวางมาดเพื่อให้เกิดความประทับใจ มากกว่าจะที่จะต้อนรับญาติที่เป็นหลานของสามีที่วายชนม์ของเธอ

“คุณอัคคีครับ นี่คุณแสงจันทร์” นายเสกสรรแนะนำ

เหมือนโลกจะหยุดหมุนสำหรับแสงจันทร์ เมื่อสบสายตาของเขา ตอนแรกที่เห็นเพียงด้านหลัง เธอก็นึกว่าเขามาหาเธอแต่เช้า ไม่มีอยู่ในความคิดแม้แต่น้อยเลยว่า เขาจะเป็นคนที่มาพร้อมกับทนายเสกสรร และไม่ได้คิดไปถึงเลยว่า เขาจะคืออัคคี เธอมองข้ามตรงนี้ไปได้อย่างไร เข้ามาถึงที่นี่ มาสำรวจตรวจตราดูทุกอย่าง และที่ร้ายเมื่อคืนเขาไม่ได้แสดงตัวแม้แต่น้อยว่าเป็นใคร ยังทำเฉยหยอกล้อเธอเล่น เขาคงเห็นเป็นเรื่องสนุก เขามาเล่นตลกกับเธอ

ถ้าผมเป็นเจ้าของร้านนี้...เลว เขารู้ตัวตลอดแล้วยังมาเล่นตลกกับเธอ

แสงจันทร์เม้มปาก ควบคุมความโกรธและผิดหวังลึกๆ เอาไว้ หากเธอจะโปรยเสน่ห์กับใครสักคน เธอก็อยากจะให้มันง่ายสำหรับเธอ ด้วยการที่เธอชอบพอเขาคนนั้นจริงๆ ไปด้วย แต่เขาคนนี้ มาเล่นตลกกับเธอ ไม่กระดากแม้แต่น้อยในการที่จะโอ้โลมเธอ ผู้ชายที่พยายามโปรยเสน่ห์ใสผู้หญิงที่คิดว่าด้อยสถานภาพทางสังคมกว่า เมื่อคืนเขาไม่ได้แสดงอะไรเป็นการให้เกียรติเธอแม้แต่น้อย ก็คงคิดว่า เป็นแค่ผู้หญิงทำงานกลางคืน เธอเกลียดวิธีคิดอย่างนี้ และยังไม่อาจทำใจเสแสร้งให้ชอบผู้ชายแบบนี้ไม่ได้

อัคคีนิ่งไปสนิท เขาเหมือนจะเอ่ยปากอะไรออกมาไม่ได้ นี่หรือแสงจันทร์ แสงจันทร์ผู้หญิงที่ทำให้เขาเพลิดเพลินในความคิด ที่จะเกี้ยวพาและหาความสุขกับเธออยู่ทั้งคืน เธอฉลาดมีเสน่ห์ แต่...เธอคือแสงจันทร์ ที่เป็นภรรยาม่ายของลุงอินทร...ไม่มีเค้าเลยสักนิดที่เธอจะเสียอกเสียใจต่อการตาย กระโปรงแดงสีสดที่ยังตรึงตาเขา ท่าเต้นร้อนแรงเซ็กซี่เย้ายวน รสจูบที่เธอตอบสนองเขา เมื่อคืนที่เจอเธอ ไม่มีอะไรทำให้เขาคิดได้เลยว่า เธอจะเกี่ยวข้องกับลุงอินทร ไม่มีทีท่าว่าเธอจะเป็นภรรยาม่ายของใครด้วยซ้ำ และตอนนี้เธอก็เชิดหน้าเดินมานั่งด้วยมาดที่ทำราวกับว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรระหว่างเธอกับเขาทั้งสิ้น

ให้ตาย เขาจูบเธอเมื่อคืน จูบภรรยาของลุงที่เขาควรจะเรียกว่าป้า ริมฝีปากเคลือบสีชมพูอ่อนที่แม้ตอนนี้ มันก็ยังทำให้เขาอยากจูบเธอ ระยำเอ๊ย!

“ยังไม่มีใครตื่น เราจะกินกันไปก่อนก็ได้ค่ะ”

เสียงเธอแว่วเข้ามาในความคิด เขามองรอยยิ้มที่เหมือนเสแสร้งของเธอขณะหันไปถามอะไรบางอย่างกับนายเสกสรร เป็นเชิงทักทายกัน มันช่างแปลกที่เธอก็ดูอายุน้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่นายเสกสรรดูจะให้ความเกรงอกเกรงใจเธอไม่น้อย

“ได้ยินมาว่า คุณจะขายที่นี่หรือ?”

เธอถามเขาอย่างเจาะจง และสายตาก็มองนิ่งแน่ว แม้ริมฝีปากจะหยักขึ้นเหมือนยิ้ม แต่เขาก็เหมือนจะรู้ว่า เธอกำลังโกรธ แน่ล่ะเธอก็คงโกรธ ที่เขาได้เป็นเจ้าของที่นี่ นายเสกสรรก็เตือนเขาเอาไว้แล้ว ไอ้ท่าทีเมื่อคืนก็คงจะเป็นการหว่านเสน่ห์ของเธอตามธรรมชาติ ที่คิดว่าตัวเองสวย ผู้ชายต้องยอมสยบละมัง

“ผมไม่คุยเรื่องนี้ตอนกิน”เขาตอบห้วนๆ

แสงจันทร์กัดลิ้นตัวเองสงบสติอารมณ์ตัวเองเอาไว้ ก่อนจะปั้นยิ้มออกมา เธอเคยปรับตัวปรับอารมณ์ตีหน้าเพื่อรับมือกับแขกเจ้าปัญหา ลูกค้าเจ้าอารมณ์มาตลอด เธอคิดว่าเธอยังจะคุมเกมนี้อยู่ได้ แม้ตอนนี้จะชักเดือด ที่สายตาคู่นั้นเอาแต่มองเธอนิ่ง เหมือนกำลังกำลังจะประเมินสักอย่าง

“ไปอยู่ไหนมาคะ ถึงไมได้มางานศพ”

“คุณอัคคีเพิ่งกลับจากมาเก๊า” นายเสกสรรตอบแทน

“อ้อ เล่นการพนัน พอกันเลยลุงหลาน...แต่ถ้าพอกันนี่ก็คงเป็นหนี้มาเหมือนกัน”

เธอพูดกลั้วหัวเราะในตอนท้าย ราวกับจะให้เห็นว่า เป็นการพูดเล่น แต่ริมฝีปากเหยียดเล็กน้อยของเธอก็ทำให้อัคคีฉุนกึก

“ถึงเป็นหนี้ ผมก็จัดการปัญหาผมเองได้ ไม่ได้ให้ใครมาเดือดร้อนด้วย”

“ก็คงอย่างนั้น ขายที่นี่ก็ยังได้ จะให้ฉันย้ายออกเมื่อไหร่กันล่ะ” ตอนท้ายเธอสวนไปอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่

“ถ้ารีบมีที่ไป ก็ตามสะดวกเลยครับ” อัคคีไม่ลดละ

แสงจันทร์จ้องหน้าเขา “ฉันไม่รีบ และจะอยู่ที่นี่จนนาทีสุดท้าย ก็นี่มันเป็นบ้านของฉัน ถ้าไม่เพราะไอ้พินัยกรรมบ้าๆ นั่น”

นายเสกสรรขยับตัวอย่างอึดอัด เหมือนจะถูกหางเลขด้วย แต่อัคคียักไหล่ สวนกลับไปว่า

“ตอนนี้ ก็แค่เคยเป็นแล้ว”

“งั้นเมื่อคืนก็มาสำรวจสมบัติตัวเองสินะ พอใจไหมล่ะ”

“ไอ้ที่ผมได้สำรวจน่ะ ไม่ได้สูงหรือต่ำกว่ามาตรฐานอะไร ก็แค่พื้นๆ ทั่วไป ยังตอบไม่ได้หรอกว่าชอบหรือไม่ชอบ”

อัคคีตอบจ้องหน้าเธอ แต่เมื่อเห็นดวงตาเบิกกว้างของอีกฝ่ายที่มองเขาอย่างไม่เชื่อ แล้วก็อยากจะด่าตัวเอง บัดซบจริงๆ เมื่อคืนเขาจูบกับเธอ เขาไม่น่าจะพูดเป็นนัยอย่างนี้กับเธอ ถึงอย่างไรเธอก็เป็นเมียของลุงเขา แต่ก็เพราะเป็นเมียนี่ล่ะ มันทำเอาเขารู้สึกโกรธเสียศูนย์ไปเลย

“อ้าว เมื่อคืนคุณอัคคีมาที่นี่แล้วหรือครับ”

นายเสกสรรสอดขึ้นมา แล้วก็นิ่งงง เมื่อเห็นสายตาของแสงจันทร์ที่แทบจะถลนออกจากเบ้า เมื่อมองอัคคี สัญชาตญาณและประสบการณ์ทำให้รู้เลยว่า ประกายไฟที่แล่นเปรียะออกมาจากหนุ่มสาวทั้งสองมีบางอย่างที่ผิดปกติ เป็นความผิดปกติที่ทำให้คนรอบข้างอึดอัด แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เขาขอตัวลุกขึ้นเพื่อไปพูดอยู่ชั่วครู่ และเมื่อกลับมา ก็ยังเห็นทั้งคู่เงียบกันอยู่ แต่เป็นความเงียบที่คงจะระเบิดออกมาหากไม่มีบุคคลที่สาม

“พอดีมีลูกค้าโทรมา ผมต้องรีบไป ต้องขอตัวก่อนนะครับ เรื่องขายที่นี่ผมจะคุยกับกำนันเปลว แล้วติดต่อมานะครับคุณอัคคี”


นายเสกสรรพูดแล้วก็รีบโกยอ้าว แสงจันทร์มองตามหลังแล้วก็หันมาทางอัคคี เธอถอนหายใจเบาๆ คิดว่าตัวเองไม่ควรจะอารมณ์เสีย แต่จะให้เธอรู้สึกอย่างไรได้ล่ะ กับการที่กำลังนอนฝันหวาน ฝันถึงผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งจะรู้จักเมื่อคืน แล้วถูกปลุกจากนางชงโคที่มาเตือนว่า

“อย่าลืมนัดนะคะ วันนี้ทนายเสกกับคุณอัคคี จะมา”

เธอหงุดหงิดที่จะต้องมาเจอกับเจ้าตัวปัญหาแต่เช้า แต่กระนั้นเมื่ออาบน้ำแล้ว สมองของเธอก็ทำงานในด้านเหตุผลได้ดีขึ้น เมื่อสั่งให้เธอพับเก็บผู้ชายในฝันเอาไว้ก่อน เธอจะต้องพยายามจะสร้างความประทับใจให้กับแขกผุ้มาใหม่ ซึ่งเธอคิดเอาไว้แล้วว่าจะใช้เสน่ห์ความเป็นผู้หญิงทั้งหมดของเธอ ทำให้เขาพิจารณาในข้อเสนอของเธอ

แต่พอออกมา เจอหน้ากับเขาคนนี้ คนที่มาป่วนหัวใจเธอทั้งคืนที่ผับ แล้วก็มานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ราวกับเมื่อคืนเขาไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการจูบผู้หญิงทั่วไปคนหนึ่ง แต่พอจะพูดขึ้นมา จงใจดูถูกเธอชัดๆ เขากำลังหยอกล้อเธอเล่น อย่างนั้นหรือ จะให้เธอคิดว่า เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใครมาก่อนอย่างนั้นหรือ บ้าแล้ว ถามหาแสงจันทร์ในเกาะนี้ มีใครไม่รู้จักบ้าง แต่เมื่อคืนเขาก็ช่างเล่นละครได้ดีเหลือเกิน คงคิดว่าตัวเองแน่มาก ที่มาปั่นหัวเธอได้

แสงจันทร์สูดลมหายใจลึก เธอไม่คิดว่าจะเป็นเขา ผู้ชายคนนี้ อัคคี เธอน่าจะดีใจ เพราะเธอวางแผนเอาไว้อยู่ว่าจะพูดคุยกับเขา แต่พอเห็นหน้า ความโกรธความแปลกใจที่รู้ว่าเป็นเขา ทำให้เธอเสียศูนย์เธอควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะท่าทีไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรของเขา เมื่อคืนเขาจูบเธออย่างดูดดื่ม แล้วเช้านี่สิ เย็นชา ราวกับไม่รู้จักกัน ไอ้บ้าเฮงซวยเอ๊ย

“คุณแสงจะเอาแพนเค้กไหมคะ” เสียงนางชงโคถามขึ้น

“ค่ะ” เธอตอบส่งๆ หันไปทางอัคคี ถามเขาว่า

“จะไปไหว้ศพลุงของคุณไหม ฉันเก็บไว้คิดว่าร้อยวันถึงจะเผา?” เธอถามแบบกดอารมณ์ตัวเองเต็มที่ ยังไงก็ตาม เธอก็จะคุยในสิ่งที่เธอคิด ผลจะออกมาอย่างไรก็ช่าง อย่างน้อยก็พอจะทำให้เธอแก้ตัวได้ว่า เธอได้ลองทำไปแล้ว แต่มันไม่สำเร็จเอง

“อยู่ไหน?”

“กินอิ่มแล้วจะพาไป” แสงจันทร์ตอบ ก่อนจะหันไปตะโกนอย่างไม่รักษามารยาทเลยว่า “ป้าชง ช่วยเตรียมธูปเทียนให้ด้วยนะคะ แสงจะพาหลานชายสุดที่รักไปไหว้ศพคุณลุงอินสรของเขา เดี๋ยวดอกไม้ไปหาซื้อเอาข้างหน้าก็ได้”

อัคคีขบกราม มองเธออย่างไม่พอใจ เขารู้ว่าเธอเองก็ไม่พอใจเขา แต่เขาก็ไม่ชอบคำพูดกระแนะกระแหนอย่างนี้ มันทำให้เขาเองอยากตอบโต้ มันเหมือนคนที่ผิดหวังในเรื่องหนึ่ง แล้วก็โถมลงที่เธอนั่นแหละ ให้ตายสิ หากเธอทำตัวทุกๆ คืน แบบที่ทำกับเขาเมื่อคืน เขาก็ออกจะมั่นใจได้เลยว่า เธอเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลุงเขาเสียชีวิตได้ง่าย ใครจะไปทนดูเมียเต้นกอดคนอื่นอยู่ได้ทุกคืนกันเล่า

เขาไม่อยากอยู่ใกล้เธอ ไปไหว้ศพ แล้วเขาจะให้ทนายเสกโทรนัดกำนันคนที่จะซื้อที่นี่ เขาจะขายแล้วหักเอาเงินที่ลุงอินสรเป็นหนี้เขา ที่เหลือก็จะยกให้เธอทั้งหมด เขาจะไม่อยู่ที่นี่ และไม่คิดอยากจะเจอหน้าเธออีก

“คุณจะขายที่นี่เท่าไหร่ และจะขายให้ใคร” เธอถามเขาห้วนๆ ในขณะที่บอกกับตัวเอง เธอชวนเขาคุย

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

น้ำเสียงหงุดหงิดของเขา ทำให้แสงจันทร์เม้มปากน้อยๆ “ฉันคิดว่า ฉันควรจะเป็นคนที่โมโหโกรธเกลียดคุณมากกว่าที่คุณจะมาหงุดหงิด พูดจาไร้มารยาทกับฉันนะ”

อัคคีนิ่งอึ้ง จะว่าไปมันก็ถูกของเธอ ทำไมเขาจะต้องมาหงุดหงิดใจกับเรื่องแค่นี้ แต่มันเรื่องอะไรที่เธอจะต้องมาว่าเขา มันเรื่องอะไรที่เธอจะต้องมาเป็นเมียของลุงเขา มันเรื่องอะไรของเธอที่ถึงยอมให้เขาจูบง่ายๆ เมื่อคืน ผู้หญิงเฮงซวย!เขามองตอบเธอ แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากโต้ตอบ แสงจันทร์ก็ลุกขึ้น

“รอฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนะ จะได้ไปกันเลย”

อัคคีเลิกคิ้วนิดๆ ไอ้ที่ใส่อยู่นี่มันไม่เพียงพอหรือไง แต่ก็เห็นเธอเดินเปิดเข้าไปในห้องหนึ่ง ก็เลยนั่งเขี่ยจานตรงหน้าเล่น ทำไมเขาหงุดหงิดนะหรือ ก็คงเป็นเพราะเขาช็อกที่รู้ว่าเธอเป็นเมียลุงอินสรนั่นละมัง และเมื่อคืน เขาก็จูบเธอ นอนคิดถึงเธอทั้งคืน แล้วเช้านี้เธอก็มาพบกับเขาด้วยสีหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังกระแนะกระแหนเขาเรื่องบ้านนี้เสียอีก งก!

“ต้องการอะไรเพิ่มไหมคะ?”

เสียงถามไม่ได้ทำให้เขาหันไปมอง แต่ก็สั่นหน้า ใครมันจะมีอารมณ์กินอะไร ให้ตายสิ เธอเป็นเมียลุงอินสรจริงหรือเปล่า หรือว่าเขาจะคิดไปเอง ผู้หญิงอายุแค่นี้จะไปเป็นเมียลุงของเขาได้ยังไง

อัคคีตั้งคำถามแล้วก็สั่นหน้าตอบตัวเองในใจ อย่าไปดูอื่นไกล แม่เลี้ยงของเขาแต่ละคนที่พ่อเลือกสิ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาหรือไม่ก็น้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ เงินที่ลุงอินสรยืมมาอาจจะต้องมาปรนเปรอเมียเด็กนี่ก็ได้ ความจริงพ่อของเขาก็ไม่ค่อยจะชอบญาติทางแม่ แต่ทำไมพ่อกับลุงนิสัยถึงได้มาเหมือนกันอย่างนี้...มันเป็นอคติที่เขายอมรับเลยว่า เขาไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้ จะให้เขาคิดอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อเมียเด็กแต่ละคนของพ่อเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นอย่างนี้ พวกหล่อนชอบเงินพ่อของเขา แต่ชอบมาให้ท่าเขาลับหลัง มันน่าทุเรศจริงๆ ผู้หญิงอย่างนี้ จะหาความซื่อสัตย์สักนิดไม่มีเลย

แล้วชายหนุ่มก็ถึงกับเลิกคิ้วน้อยๆ เมื่อแสงจันทร์กลับมาอีกครั้ง กระโปรงสั้นจีบเป็นชั้นๆ กับเสื้อผ้าป่านบางๆ สีขาวยับยู่ยี่ แต่ว่าเซ็กซี่เหลือใจเพราะคอเสื้อนั้นเว้าลึกลงมาจนเห็นเนินทรวงวับแวม เธอสะพายกระเป๋าใบเดิมกับที่เขาเห็นเมื่อวานตอนอยู่บนเรือ แต่ไม่ได้สวมแว่น เธอไม่สนใจมองเขา แต่เดินไปที่ครัว แล้วก็หยิบถุงพลาสติกมาถุงหนึ่ง ย้อนมาถามเขาว่า

“คุณเอารถมาหรือเปล่า?”

“เอามา”

“งั้นเอารถคุณไป รถฉันน้ำมันจะหมดแล้ว แต่ฉันขับเองนะ ขี้เกียจบอกทางคุณ เอากุญแจรถมา”

อาการจัดแจงของเธอทำให้อัคคีคิดจะปฏิเสธ แต่แล้วก็ล้วงกุญแจรถในกระเป๋ายื่นให้เธอง่ายๆ และเมื่อมานั่งในรถเขาก็กับตัวเองว่า ถูกต้องแล้วที่ให้เธอเป็นคนขับ เพราะเขาคงไม่มีสมาธิแน่กับกลิ่นหอมๆ ที่โชยออกมา บวกกับท่อนขาเรียวสวยอย่างนี้ เขามีความรู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มจะเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งเมื่อมีความรู้สึกอย่างจะแตะต้องสัมผัสต้นขาเรียบเนียนที่โผล่พ้นกระโปรงที่สั้นอย่างใจหายอย่างนั้นของเธอ...และที่แน่ๆ เขามั่นใจได้เลยว่า เจ้าตัวคนใส่ต้องรู้ดีว่า มันส่งผลอย่างไรกับผู้ชายอย่างเขา...เฮงซวยจริงๆ ที่เขามาคิดกับเมียของลุงทั้งๆ ที่จะไปไหว้ศพอยู่แท้ๆ

อัคคีสูดลมหายใจลึกๆ มองออกไปยังด้านนอก ทะเลมองเห็นอยู่หลังต้นไม้ที่อยู่ตามไหล่เขาที่ทอดดิ่งลงไป เขาคิดว่าเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางตรงข้ามจากท่าเรือที่เขาขับมาเมื่อวานนี้ แสงจันทร์ขับรถได้ดี ความจริงมันก็เป็นทางตรงไปเรื่อยๆ แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปยังถนนแคบๆ ที่มีน้ำขังเป็นหย่อมๆ ทั้งสองข้างเป็นป่าหญ้าขึ้นสูง มีต้นไม้ปะปนอยู่ห่างๆ เขาคิดว่า ไม่น่าจะมีบ้านคนอยู่แถวนี้ แต่ขับผ่านมาเรื่อยๆ ก็มีบ้านชั้นเดียว เก่าบ้างใหม่บ้าง แล้วในที่สุดเขาก็มองเห็นกำแพงวัดสีขาวซีดและมีหญ้าขึ้นแซมในส่วนที่หักแตกร้าว ต่างกับประตูวัดที่ทาสีใหม่เอี่ยม แต่สิงห์สองตัวที่อยู่ข้างหน้านั้นปูนกระด่างดำไม่ต่างไปจากกำแพงวัด

แสงจันทร์ขับตรงเข้าไป จอดรถที่ใต้ร่มไม้ แล้วก็ยื่นถุงพลาสติกให้เขา ชี้ไปทางกำแพงด้านหนึ่ง

“คุณไปเองแล้วกันมันแฉะ ฉันไม่อยากเดิน เป็นอิฐเพิ่งก่อใหม่ๆ มีชื่อเอาไว้ด้วย เอ้านี่ธูปเทียน จุดไหว้เป็นไหม”

เขามองหน้าเธอรับแล้วก็เดินมา ไม่ ความจริงก็ไม่รู้หรอกว่า จะใช้ธูปกี่ดอก แต่ก็คิดว่า ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ ไม่ใช่สามดอกไหว้พระเท่านั้น อยากจะต่อปากต่อคำกับเธอ เพราะเธอแสดงความโกรธอย่างเปิดเผย เขาไม่อยากอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ มันทำให้เขาจะบ้า

ความจริงแล้วเส้นทางมันก็ไม่ได้วกวนตรงไหน แต่แสงจันทร์อยากจะเป็นคนขับ เพราะสมาธิของเธอจะได้อยู่ที่การขับรถ ยอมรับเลยว่า เขาทำให้เธอโกรธโมโห น้อยใจ สารพัดอารมณ์ จนต้องหลบเข้าไปทำใจตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ฝังความคิดลงไปที่ใต้จิตสำนึกของตัวเองว่า ดีแล้วที่เป็นเขา ผู้ชายที่เธอชอบ ส่วนการที่เขาจะชอบเธอกลับหรือไม่นั้น มันอยู่ที่การกระทำของเธอด้วย เธอไม่มีสิทธิ์อะไรจะไปโกรธหรือโมโหเขา เพียงเพราะการที่เขาได้รับมรดกอันเป็นบ้านของเธอ เธอควรจะทำตามความตั้งใจเดิม หว่านเสน่ห์เข้าไว้ อ่อนหวานเข้าไว้ ผู้ชายที่ไหนก็ตายเพราะความอ่อนหวานของผู้หญิงนี่ล่ะ เธอจะค่อยเป็นค่อยไปในการผูกมัดเขา ผู้ชายบางคนเจอผู้หญิงกระโจนใส่เร็วเกินไป ก็อาจจะกลัว

แม้ไม่คิดว่า เขาจะกลัว แต่เขาก็คงไม่เล่นด้วยถึงขั้นแต่งงานแน่ๆ อีกอย่าง เธอก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นโสดหรือเปล่า แม้ว่าเมื่อคืนเขาจะทำตัวเป็นหนุ่มโสดจนถึงกับชวนเธอไปนอนด้วย...เขาทำของเขาอย่างนี้เสมอหรือเปล่าเวลาไปไหนมาไหคนเดียว ชอบหว่านเสน่ห์หิ้วผู้หญิงไปนอนด้วย แล้วเมื่อคืนนี้ล่ะ หลังจากที่เธอปฏิเสธ เขาหาผู้หญิงอื่นไปนอนด้วยหรือเปล่า

“ระยำเอ๊ย!”

แสงจันทร์เผลอหลุดปากออกมา แล้วก็สะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอมองเข้าไปในรถ มือถือของเขาวางเอาไว้ในรถตรงช่องวางของตรงหน้า เธอหันไปทางเขาก่อนจะเข้าไปในรถ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ผู้หญิงชื่อเพียงมาสโทรเข้ามา แต่เธอก็ปล่อยให้มันเงียบไปเอง แล้วจึงเปิดดูสายที่โทรเข้ามา สายที่ไม่ได้รับเป็นเจ้าของชื่อนี้ ร่วมยี่สิบ และไม่ใช่เวลาเดียวกันเสียด้วย

แสงจันทร์ขมวดคิ้วมองร่างอัคคีที่เห็นอยู่ไกลร่วมสามสิบเมตร เขาทะเลาะกับแฟน กำลังหนีแฟน กำลังโกรธกับผู้หญิง ผู้หญิงกำลังตามตื้อเขา เธอคิดไล่เหตุผลไปเรื่อย และเมื่อเห็นเดินย้อนกลับมา เธอก็วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม ทำทีสตาร์ทรถทันที

อัคคีเข้ามาในรถ แล้วก็โยนถุงธูปเทียนไปไว้เบาะหลัง พอรถเคลื่อน แสงจันทร์ก็ถามขึ้นว่า

“ทำไมภรรยาของคุณไม่มาด้วย?”

อัคคีนิ่วหน้า ตอบว่า “ผมยังไม่ได้แต่งงาน”

“อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ นะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าถึงยังไม่แต่ง”

“ผมไม่ได้มาสมัครทำงานกับคุณนะ ถึงจะได้มาถามเรืองส่วนตัวของผม”

“ฉันก็แค่ชวนคุย เออ...แล้วคุณเพียงมาส นี่เป็นแฟนคุณหรือเปล่า”

ชายหนุ่มมองไปที่โทรศัพท์ ที่เขาเผลอลืมว่าไว้ แล้วหันมาหรี่ตามองเธออย่างสงสัย

“ก็ไม่มีอะไร ตอนคุณไปโน่น มีโทรศัพท์มาหาคุณชื่อนี้ หลายครั้ง และดูเหมือนคุณจะไม่โทรกลับ”

อัคคีถอนหายใจเบาๆ “นี่คุณมาจุ้นกับโทรศัพท์ของผมด้วยเหรอ”

“ก็มันวางอยู่ตรงนี้ ต่อหน้ามองด้วยสายตาเปล่าก็เห็น”

“ท่าทางคุณจะสนใจผมเกินเหตุไปไหมนี่” เขาพูดแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบมือถือตัวเองมายัดใส่กระเป๋า

“คุณเป็นคนหน้าตาดี ฉันยอมรับ”เธอพูดเฉย ก่อนจะพูดต่อว่า “คุณเพียงมาสนี่หรือ ที่คุณกำลังหลบหน้าเธออยู่”

“ยุ่งเรื่องของผมมากไปแล้วมัง”

“ก็ บอกแล้วว่าฉันชวนคุย”

“เปลี่ยนเรื่องซะ”

แสงจันทร์ยักไหล่น้อยๆ สายตาตรงไปข้างหน้า

“คุณคิดยังไงกับเรื่องบ้าน ตกลงว่าคุณจะขายมันจริงๆ ไหม”

“กำลังคิด แต่ก็อาจจะขาย”

แสงจันทร์เม้มปาก เธอเร่งความเร็วของรถ และขับฉวัดเฉียนความรู้สึกของอัคคีก็ราวกับว่า ตอนกลับก็เหมือนจะเร็วกว่าขามา แม้ไม่อยากจะอยู่ใกล้กับเธอนัก แต่เขาก็ยอมรับว่า ไม่อยากให้ถึงบ้านเร็วๆ

“แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากคุณเพียงมาส คนนี้รู้ว่าคุณอยู่ที่นี่”

อัคคีมองเธอนิ่งนาน ก่อนจะพูดยิ้มๆ อย่างรู้ทันว่า “ถ้าคุณขืนไปบอกว่าผมอยู่นี่ละก็ ผมเอาคุณหนักแน่ ไอ้ที่บอกว่า จะลองคิดดูนั้น ผมจะขายมันทันที ผมไม่ได้กลัวผู้หญิงคนนี้ อย่ามาคิดแบคเมลผม”

“ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น ฉันเป็นคนตรงไปตรงมา คิดอะไรก็แสดงออกแบบนั้น แต่ถ้าคุณอยากจะตัดปัญหาเรื่องผู้หญิงคนนี้ออกไป เอาอย่างนี้ไหม?” แสงจันทร์หยุดเล็กน้อยสบตาเขาแล้วถามว่า

“แต่งงานกับฉันไหม?”

“ไม่” เขาตอบทันควัน ไม่แม้แต่จะหยุดคิดหรือสงสัยในคำถามของเธอ ขณะขบกรามแน่น เพื่อควบคุมอารมณ์โกรธที่พุ่งขึ้นมา เขาอยากบีบคอเธอ ที่มาชวนเขาง่ายๆ อย่างนี้ ผู้หญิงคนนี้!

แสงจันทร์หันมาชำเลืองมองเขา แล้วก็เงียบเธอนั่งนิ่ง ตั้งใจขับรถ เมื่อมาถึง เธอก็จอดรถไว้หน้าบ้าน ไม่ได้เลี้ยวเข้าไป แม้ประตูรั้วบ้านจะเปิดอยู่ พอลงจากรถ ก็เดินตรงไปที่ประตูไม้จะเข้าบ้านในทันที แต่อัคคีเปิดประตูลงตาม เขาเดินไปดักหน้าเธอ สายตาเขาขุ่นเขียว

“ผมไม่เข้าใจว่า คุณเป็นเมียลุงของผม เพิ่งเป็นม่ายไม่ถึงเดือนแล้วยังมาเสนอแต่งงานอย่างนี้ให้กับผมได้ยังไง”

แสงจันทร์ขมวดคิ้วมองเขาหน้าบึ้ง

“คุณว่ายังไงนะ คิดว่าฉันเป็นเมียลุงของคุณหรือ” เธอจิ้มแรงๆ ไปที่อกเขา “จะบ้าเหรอคิดได้ยังไง นายทึ่มเอ๊ย เขาเป็นพ่อเลี้ยงของฉัน ”

“ก็...”

อัคคีมองเธอพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็คว้าตัวเธอไปจูบเสียดื้อๆ แสงจันทร์ปล่อยให้เขาจูบ และหักห้ามใจตัวเองนักที่จะไม่เคลิบเคลิ้มจูบตอบเขาไป ครู่หนึ่งที่คิดว่าตัวเองจะทนไม่ไหวนั่นแหละ เธอถึงได้เบี่ยงหน้า แต่ใบหน้าของอัคคีก็ยังเคลียคลอที่แก้มของเธอ เหมือนเขาจะไม่อยากหยุดง่ายๆ

“เปลี่ยนใจเรื่องข้อเสนอของฉันแล้วใช่ไหม”

“ไม่”

“แล้วมาจูบฉันทำไม”

อัคคีนิ่งสายตายังจ้องไปที่ริมฝีปากของเธอ...ใช่เขาจูบเธอทำไม ก็มันอยากจะจูบ จะให้หาเหตุผลอะไรเล่า แต่มันต้องหาเอาตัวรอดให้ได้ล่ะในตอนนี้

“ก็คุณว่าผม ทึ่ม นั่นเท่ากับว่าคุณท้าให้ผมจูบคุณ และผมก็ทำ”

แสงจันทร์มองเขางงๆ อัคคีดูเหมือนคนละคนไปเลย หรือที่เขาหงุดหงิดอยู่ก็เพราะคิดว่าเธอเป็นเมียของลุงอินทรจริงๆ หญิงสาวส่ายหน้าแล้วพูดว่า

“คุณนี่ช่างไม่รู้ใจตัวเองเสียจริงๆ ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ยกเลิกข้อเสนอของฉัน อย่าได้บังอาจมาแตะต้องตัวฉันอีก”

เธอผลักอกเขา แล้วก้าวฉับๆ ตรงไปที่บ้าน อัคคีมองท่าทางเหมือนเอาแต่ใจตัวเองของเธอแล้วก็ยิ้ม เขาคิดว่าตัวเองยิ้มได้ ตั้งแต่ที่รู้ว่า เธอไม่ใช่เมียของลุงอินสรนั่นแหละ

แต่เขาก็ทึ่มจริงๆ ที่ไปได้ว่าเธอจะเป็นเมียลุงอินสร ก็เดี๋ยวนี้คนแก่มีเมียเด็กเยอะแยะไป จะไม่ให้เขาคิดอย่างนั้นได้ยังไง พ่อของเขาเองก็คนหนึ่งล่ะ

แต่เรื่องข้อเสนอของเธอ มันก็ยากที่จะยอมรับ แต่มันก็ยากสำหรับเขาเหมือนกันหากจะปล่อยเธอไป หรือไม่แตะต้องเธอ ทำไม่ได้ และไม่คิดจะทำ สิ่งที่เขาต้องคิดก็คือ ทำอย่างไรเธอจะเต็มอกเต็มใจกับเขา เรื่องผับเรื่องเงินก็พอพูดกันได้ แต่เรื่องแต่งงาน ต้องตัดทิ้ง เพราะเขาไม่คิดจะแต่งงานกับใคร โดยเฉพาะผู้หญิงที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เธอยอมเอาเนื้อตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แม้เขาจะไม่เคยตั้งสเป๊กอะไรมาก่อน แต่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน เขาตัดทิ้งไปเลย หรือไม่ อย่างน้อย มันต้องมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหากจะแต่งงานกัน...

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อารมณ์รัก อัคคีย้ำกับตัวเอง เขามั่นใจว่าเขาแยกออก เพราะสิ่งที่เขาต้องการจริงๆในตอนนี้ ก็คือเข้าไปอยู่ในเรือนร่างของเธอแบบไม่มีอะไรผูกมัดต่างหาก...เรื่องแต่งงานมันเรื่องใหญ่ จะมาคิดตัดสินใจเอาวันสองวันได้อย่างไร...เธอคิดอะไรง่ายเกินไป คิดว่าตัวเองสวยมากหรือไง ผู้ชายจะได้ยอมง่ายๆ น่ะ!
แก้ไขโดย Spannga เมื่อ 16-10-2012 11:49
 
ส่งข้อความส่วนตัว
april
#2 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 16-10-2012 14:59
สมาชิก

ข้อความ: 6
เข้าร่วม: 06.08.11

Shock อยากอ่านอีกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
ส่งข้อความส่วนตัว
napapran
#3 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 18-10-2012 18:43
สมาชิก

ข้อความ: 16
เข้าร่วม: 14.05.10

อยากอ่านๆๆๆๆๆๆๆ
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Monaliza
#4 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 25-10-2012 20:32
สมาชิก

ข้อความ: 3
เข้าร่วม: 06.10.12

ยั่วกันจังเล้ยยย อยากอ่านไปเรื่อยๆ ไม่หยุด
 
ส่งข้อความส่วนตัว
haccp12
#5 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 06-11-2012 10:06
สมาชิก

ข้อความ: 1
เข้าร่วม: 30.03.12

Grin
ต้นเดือนแล้วน้า จะได้อ่านตอนที่ 4 รึยังค่ะ
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Piya
#6 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 07-11-2012 08:05
สมาชิก

ข้อความ: 1
เข้าร่วม: 09.11.10

เข้ามารอตอนต่อไปWink
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Spannga
#7 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 15-12-2012 10:00
ภาพประจำตัวผู้ใช้

Super Administrator

ข้อความ: 60
เข้าร่วม: 13.08.08

สวัสดีค่ะ ทุกคน

ตอนนี้ ไฟรักเพลิงแสงจันทร์ อยู่ในขั้นตอนการพิมพ์แล้วค่ะ
น่าจะวางแผงได้ไม่เกินสินเดือนธันวาคมนี้
แต่ถ้าติดปีใหม่ ก็อาจจะเลื่อนไป ต้นเดือนมกราคม นะคะ

ขอบคุณค่ะ
^--^
 
ส่งข้อความส่วนตัว
ไปยังฟอรั่ม:
แสดงผลในเวลา: 0.06 วินาที
232,992 ผู้เยี่ยมชม