เมนู

บทความล่าสุด

นวนิยาย Romantica

การเขียนนวนิยายอีโรติก

ผู้กำลังออนไลน์

· บุคคลทั่วไปออนไลน์: 1

· สมาชิกออนไลน์: 0

· สมาชิกทั้งหมด: 728
· สมาชิกใหม่: kunyada

เจ้านกเอี้ยงตีวิดทำไร

เข้าสู่ระบบ

ชื่อ

รหัสผ่าน



ไม่ได้เป็นสมาชิก?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน?
ขอรหัสผ่าน ที่นี่.

ฝากข้อความ

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อฝากข้อความ.

22/01/2017 14:17
สวัสดีคะทุกท่าน Smile

01/04/2014 13:05
จะเริ่มลงห้วงเสน่ห
า ไฟอารมณ์ต่อแล้วค่ะ
ตอนนี้ขอลงสามบทแรก
รวดฟื้นความจำจ้า

27/11/2013 17:05
ขอให้อ่านสนุก มีความสุขนะคะ ขอบคุณค่ะ ^--^ Smile

26/11/2013 09:46
ได้รับหนังสือแล้วน
ะค่ะ ขอบคุณมากคะ จะกลัีบไปอ่านทันที
เลยคะ : Smile Pfft Grin Angry

17/05/2013 15:06
ฮ่าๆๆๆ มาเริ่มตรงนี้แล้วก
ันนะ...คงจะพอมีเรื
่องให้เขียนไปได้เร
ื่อย ๆ จนจบ

22/03/2013 18:07
งานหนังสือ ไม่มีค่ะ แต่หลังงานประมาณ พฤษภาคม เรื่องของแปรจันทร์
"พรรักจากพระจันทร์" น่าจะวางแผงได้ค่ะ Smile Smile

22/03/2013 15:54
ในงานสัปดาหนังสือจ
ะมีไรให้อ่านไม๊คะ

26/02/2013 23:28
ยังไงก็รอค่ะคุณฟี่
เพราะชอบที่มีเรื่อ
งซ้อนเหมือนบันทึกร
้อยวันดี ^^

18/02/2013 19:06
มายาร้าย คืบหน้าแต่ส่วนของ เวธกา-ราเมศค่ะ ส่วนของม่านราตรี - ชนเขต ยังนิ่งอยู่ รอหน่อยนะคะ ^--^

16/02/2013 21:41
มีวี่แววว่ามายาร้า
ยจะออกบ้างมั้ยคะ คุณฟี่ อิอิ...รออยู่น้า

ดูกระทู้

 พิมพ์กระทู้
น้ำแข็งซ่อนไฟ บทที่ 5
Niree
#1 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 02-03-2011 10:51
สมาชิก

ข้อความ: 99
เข้าร่วม: 04.11.09


หนังสือออกเป็นเล่มแล้วค่ะสนใจสั่งซื้อได้ที่ niree.niree@gmail.com
หรือซื้ออีบุ๊คที่ http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=3460 และ http://ebooks.in.th/ebook/11514/








น้ำแข็งซ่อนไฟ บทที่ 5


“พี่ใจดี ไม่สบายหรือเปล่า”

“พี่ใจดี เป็นอะไร”

น้องสาวทั้งสองของใจดีทักขึ้นแทบจะพร้อมกันทันทีที่เห็นสภาพเธอเดินหน้าตาโหลเหลลงมากินอาหารเช้า เมื่อคืนใจดีเผลอทำงานจนเกือบตีหนึ่งเลยได้นอนไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเร็วมากแล้วเมื่อเทียบกับคืนก่อนๆ ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาที่กว่าจะลุกจากโต๊ะทำงานได้ก็เลยตีหนึ่งทุกที

“พี่ปวดหัวนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากหรอก” ฝืนยิ้มบอกน้องๆ ทั้งๆ ที่ปวดหัวแทบจะระเบิด เพราะผลจากการฝืนสังขารตัวเอง
ทำไมเธอต้องบ้าทำงานหามรุ่งหามค่ำอีกทั้งๆ ที่งานไม่ได้เร่งมากเหมือนงานด่วนอาทิตย์ที่แล้ว

ก็เพราะผลจากการทำงานอาทิตย์ที่แล้วนั่นแหละ ที่ทำให้ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อไม่ให้มีเวลาว่างคิดถึงคืนแห่งความอับอาย และคำพูดแสนอุกอาจของต้นน้ำที่ทำให้เธอเดือดปุดๆ มาจนถึงตอนนี้

ไม่มีวันหรอกที่ผู้หญิงอย่างเธอจะอยากมีเซ็กส์กับผู้ชายก่อน แค่คิดก็น่าจะเอาน้ำสบู่มาล้างสมองแล้ว

“เดี๋ยวหนูหายาแก้ปวดให้ พี่ใจดีกินโจ๊กก่อนนะ” ใจงามกระวีกระวาดออกจากห้องครัวที่ใช้เป็นที่นั่งกินอาหารของครอบครัวด้วย

“มอนไปทำงานแล้วหรือจริงใจ” ใจดีถามน้องสาวคนสุดท้องเมื่อไม่เห็นน้องชาย

“คงไปแต่เช้าแล้วค่ะ หนูลงมาก็ไม่เห็นพี่มอนแล้ว”

“แล้วใครไปซื้อโจ๊กมาล่ะ” เธอมองโจ๊กหมูกับปาท่องโก๋ที่อยู่บนโต๊ะ ตามปกติแล้วจามรจะเป็นคนจัดการทำอาหารเช้าอย่างง่ายๆ ให้ทุกคนเอง แต่วันนี้น้องชายของเธอคงรีบไป

“พวกหนูเอง”

“แล้วมีเงินพอหรือเปล่า”

“พอค่ะ” จริงใจยิ้มกว้างบอก

น้องๆ ของเธอรู้จักใช้เงินอย่างประหยัดทุกคน ทำให้ใจดีมีกำลังใจที่จะทำงานเก็บเงินเพื่อสร้างฐานะของครอบครัวให้มั่นคงกว่านี้

“ยาค่ะ”

“ขอบใจจ้ะ” เธอรับยาจากใจงาม แล้วหย่อนเข้าปาก ดื่มน้ำตามไปเกือบครึ่งแก้ว

“พี่ใจดีอิ่มแล้วเหรอ กินนิดเดียวเอง” สีหน้าใจงามเป็นกังวล

ความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ แต่มีค่าต่อจิตใจ ใจดีรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง ครั้งนี้เลยไม่ต้องฝืนยิ้มให้น้องๆ

“ไม่ค่อยหิว สองคนอิ่มแล้วก็รีบไปโรงเรียนเถอะ”

สองสาวน้อยช่วยกันเก็บล้างถ้วยชามอย่างรวดเร็ว ก่อนเดินทางไปโรงเรียนซึ่งทั้งสองศึกษาอยู่ที่เดียวกัน ใจงามอยู่ชั้น ม.5 ส่วนจริงใจอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนอยู่ไม่ไกล ขึ้นรถเมล์ที่ถนนใหญ่ไปแค่สองป้ายเท่านั้น และหมู่บ้านจัดสรรที่พวกเธออยู่นั้นก็ไม่ลึกจากถนนใหญ่มากนัก เป็นความสะดวกสำหรับน้องสาวทั้งสองคน แม้นจะต้องแลกมาด้วยความไม่สะดวกของเธอ และจามร ที่ต้องไปทำงานไกล แต่ทั้งเธอและน้องชายทนได้ ส่วนเรื่องขโมยนั้น ใจดีคิดว่าไม่มีที่ไหนที่ไม่มี อยู่อย่างไม่ประมาทนั่นแหละปลอดภัยที่สุด

แต่เธอก็ประมาทจนเกือบได้เรื่องจนได้
ใจดีเดินตามออกมาดูปิดประตูรั้วให้เรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ต้นน้ำเข้ามาในบ้านได้เพราะความเผลอเรอของเธอ ใจดีกำชับให้ทุกคนในบ้านรวมทั้งตัวเองล็อคแม่กุญแจประตูรั้วทุกครั้งที่ออกหรือเข้าบ้านทันที ไม่ว่าจะมีคนอยู่ในบ้านหรือไม่ก็ตาม แล้วให้ทุกคนพกลูกกุญแจไว้กับตัวเองเสมอ โดยเธออ้างว่าเพื่อความไม่ประมาท

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในบ้าน ใจดีรีบวิ่งเข้าบ้าน ตรงไปที่โทรศัพท์มือถือของเธอที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะอาหารในห้องครัว แล้วรีบรับสายเมื่อเห็นหมายเลขเรียกเข้า

“พี่ข้าว! กลับมากรุงเทพแล้วหรือค่ะ”

ช่วงนี้ต้นข้าวชีพจรลงเท้า เดินทางไปต่างจังหวัดตลอด

“จ้ะ เพิ่งถึงบ้านตะกี้เอง แล้วตอนนี้ใจดีอยู่ที่ไหน”

“ยังอยู่ที่บ้านค่ะ พอดีมีนัดประชุมกับลูกค้าตอนสิบโมงแถวๆ นี้ เลยออกสายหน่อย ว่าแต่พี่ข้าวเถอะถึงบ้านปุ๊บโทรหาใจดีปั้บอย่างนี้แสดงว่าคิดถึงมากซิ เดียวพี่ศูลก็หึงหรอก”

“หึงไม่กลัว กลัวไม่หึง”

“ที่จริงยั่วให้หึงบ้างก็ดีนะพี่ข้าว ฟูจิจะได้มีน้องสักที”

“โอ้ย! ไม่ต้องมายุเลยใจดี มีเจ้าฟูจิคนเดียวพี่รู้สึกว่าแก่ขึ้นสักห้าปีแล้ว”

“ห้าปีเองเหรอพี่ ได้ข่าวว่าซนระดับเทพ”

“เออ ไม่ต้องมาซ้ำเติม ไว้ให้มีเองแล้วจะรู้สึก ว่าแต่ตัวเองเถอะเมื่อไหร่จะเลิกเป็นเจ้าสาวกลัวฝนสักที”

“ไม่ได้กลัว แต่ไม่สนต่างหาก ไม่อยากมีปัญหาค่ะ”

“ก็เลือกที่ไม่มีปัญหาซิ”

“นั่นแหละปัญหาค่ะ”

“อย่างนี้แสดงว่ามีใครเป็นปัญหาแล้วซิ”

ใจดีเกือบสะดุ้ง ต้นข้าวไม่ยอมปล่อยประเด็นนี้สักที แล้วก็จี้ได้ถูกจุดจริงๆ

“ไม่มีใครจริงๆ ค่ะคุณพี่ขา ตอนนี้ขอลุยทำบริษัทของเราก่อน”

“ใจดีตั้งใจลุยขนาดนี้ บริษัทของเราต้องไปได้สวยแน่ๆ มิน่าถึงมีคนอยากมาหุ้นด้วย”

“ใครค่ะ”

“น้ำ”

“ต้นน้ำ! เป็นไปได้ยังไงค่ะ เขาเองที่ค้านแต่แรก”

“นั่นซิ พี่เลยแปลกใจ ต้องโทรมาถามใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น น้ำถึงได้เปลี่ยนใจ”

“เขาบอกพี่ข้าวตอนไหนค่ะ”

“เขาโทรบอกพี่เมื่อคืน เช้านี้พี่เลยรีบโทรมาบอกใจดี”

“ล้อเล่นหรือเปล่า”

“ใจดีก็รู้ น้ำไม่เคยล้อเล่น”

ใช่เลย เขาไม่เคยล้อเล่น เขาเริ่มทำตามที่พูดแล้วอย่างไม่ยอมเสียเวลา

“ครั้งนี้สมองเขาคงกระทบเทือนมั้งค่ะ ถึงได้เพี้ยนขึ้นมา”

“แหม สองคนนี่เป็นคู่กัดที่รู้ใจกันจริงๆ น้ำเขาก็พูดว่าใจดีต้องสมองบวมแน่ ถ้าปล่อยให้ทำ cash flow เขาเลยอยากช่วยพวกเรา”

ใจดีต้องข่มใจอย่างหนักที่จะไม่กรีดร้องออกมา

“พูดอย่างนี้คงมาช่วยเร่งให้เส้นเลือดในสมองแตกมากกว่า”

“น่าใจดี ใจเย็นๆ ถึงน้ำเขาจะปากไม่ดีไปหน่อย แต่ก็จริงอย่างที่เขาพูดเหมือนกัน แล้วพี่คิดว่าไม่เลวนักหรอกที่จะมีน้ำมาเป็นหุ้นส่วนเพิ่มขึ้นอีกคน ได้ทั้งเงินทุน ทั้งที่ปรึกษาทางการตลาด แล้วคนช่วยดูด้านบัญชีที่เราสองคนไม่ค่อยรู้เรื่อง ใจดีคิดว่ายังไง”

ใจดีคิดหนัก สิ่งที่ต้นข้าวพูดคือปัญหาที่สำคัญของบริษัทใหม่ และต้นข้าวพูดเปรยๆ เรื่องการชวนต้นน้ำมาร่วมหุ้นหลายครั้งแล้ว แต่เธอทำเฉยๆ อยู่

“เราสองคนไม่ค่อยถูกกันนะคะ”

“ใจดีอย่าไปถือเลยนะ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าน้ำเขาเป็นอะไรถึงชอบมีเรื่องกับใจดี แล้วพี่จะคอยปรามน้ำให้ ยังไงก็เหมือนกับเป็นพี่น้องกัน ได้ต้นน้ำมาร่วมงานดีกว่าไปได้คนอื่นนะใจดี”

เธออยากจะบอกต้นข้าวเหลือเกินว่าในกรณีนี้ได้คนอื่นจะปลอดภัยสำหรับเธอที่สุด

“ก็ตามใจพี่ข้าวค่ะ ถ้าดีกับงานของเรา”
ในที่สุด ใจดีต้องตัดสินใจแยกเรื่องส่วนตัวออกจากธุรกิจ เธอเป็นผู้ใหญ่พอที่จะรับมือกับเรื่องนี้

“ต้องอย่างนี้ซิใจดี ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้กินข้าวด้วยกัน แล้วคุยพร้อมกันสามคนเลยนะ น้ำเขามากรุงเทพพอดีเห็นบอกว่าซีอีโอบริษัทเรียกตัวไปพบด่วนวันนี้ มีแนวโน้มว่าจะให้กลับมาช่วยงานที่สำนักงานใหญ่ เป็นอย่างนั้นก็ดีซิ น้ำจะได้กลับมาอยู่กรุงเทพ”

ไม่ดีเลย ไม่ดีมากๆ เลย

“ฟูจิ! เอาลิปสติกแม่ไปเขียนไม่ได้นะ”

เสียงร้องของต้นข้าวที่หลุดเข้ามาในสาย ทำให้ใจดีอดหัวเราะออกมาไม่ได้

“ใจดีแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ เจ้าตัวแสบก่อเรื่องอีกแล้ว”

“ค่ะพี่ข้าว ฝากจุ๊บหลานด้วย”

“จ้ะ แล้วเย็นนี้พี่จะไปรับที่บริษัท ประมาณหกโมง”

“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่ข้าว เดี๋ยวใจดีไปเอง นัดร้านเดิมหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไรใจดี พอดีเปลี่ยนร้าน แล้วมันลึกลับหน่อย พี่ไปรับดีกว่า”

ต้นข้าวมีน้ำใจกับเธอเสมอ มักจะขับรถมารับและส่งให้ถ้าต้องไปสถานที่ที่ไม่ค่อยสะดวกในการเดินทาง เพราะรู้ว่าเธอไม่มีรถ

“ค่ะ ขอบคุณ”

ใจดีวางหูโทรศัพท์ลงช้าๆ แม้นยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขา แต่คงเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเขาอุตส่าห์ลงทุนเพื่อหวังเอาชนะเธอตามคำพูดน่าเกลียดนั่น เธอก็ต้องพร้อมที่จะต่อต้านในทุกวิถีทาง

ใกล้เวลานัดประชุมแล้ว ใจดีรีบไปเตรียมตัว วันนี้เธอเลือกสวมชุดสูทกระโปรงแทนใส่กางเกงขายาวเสื้อเชิ๊ตอย่างที่ชอบใส่ไปทำงานเพื่อให้ดูไม่เป็นเด็กเกินไป

‘ดูเหมือนเด็ก’ เป็นปัญหาสำหรับคนตัวเล็กอย่างเธอมาตลอด แต่ในการประชุมวันนี้เธอต้องการให้ ‘ดูเป็นผู้ใหญ่มากๆ’ เพราะวันนี้ใจดีอยู่ในฐานะหัวหน้าทีมที่ต้องนำเสนอระบบไอทีที่เธอและทีมงานร่วมกันพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์ เพื่อการตรวจรับงานงวดสุดท้าย และเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เธอจะต้องช่วยทำให้เสร็จก่อนจะออกจากบริษัทของปกรณ์

มันอาจดูเสี่ยงที่ขอลาออกจากงานทั้งๆ ที่บริษัทใหม่ยังไม่รู้จะไปรอดหรือเปล่า ทว่าถ้าไม่ทุ่มเทที่จะทำตั้งแต่ตอนนี้มันคงเป็นแค่เมล็ดพันธ์แคระแกร็นที่ไม่มีโอกาสแม้นแต่จะงอกออกมา...เธอจึงยอมเสี่ยง

ใจดีใช้เวลาไม่นานในการแต่งตัวเหมือนเคย แต่เสียเวลายืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจกนานกว่าเคย เพราะเธอไม่ค่อยชอบตัวเองในกระจกนัก

สูทสีน้ำตาลอ่อนเนื้อผ้านุ่มเข้ารูปกับกระโปรงสั้นแค่เข่าสีเดียวกันขับผิวสีน้ำผึ้งของเธอให้ดูสว่างขึ้น เป็นผู้หญิงมากขึ้น และนั่นทำให้ใจดีอึดอัด ใจดีไม่ชอบเป็นจุดสนใจโดยเฉพาะกับคนที่จะพบเย็นนี้พร้อมต้นข้าว แต่เธอมีสูทที่ดูเรียบร้อยที่สุดชุดนี้เท่านั้น และเป็นชุดที่เธอถูกต้นข้าวบังคับให้ซื้อเก็บไว้ หญิงสาวนิ่วหน้าใส่ตัวเองในกระจก ก่อนตัดสินใจไม่พะวงกับรูปลักษณ์อีก คิดว่ากว่าจะถึงเวลานัด เธอคงหน้าเป็นมันและคงโทรมจนชุดนี้ไม่สามารถช่วยให้ดูดีอย่างตอนนี้ได้

*********

โชคดีที่มีรถแท็กซี่ขับกลับออกมาจากส่งคนข้างในหมู่บ้านนี้พอดี ใจดีเลยเรียกให้ไปส่งที่สำนักงานของลูกค้าที่อยู่ไม่ไกล แต่โชคไม่ดีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนกันถึงสองรายบนเส้นทางที่เธอใช้ การจราจรติดขัดมากจนต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการเดินทางซึ่งในยามปกติใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาที และทำให้เธอเกือบสาย

หญิงสาวรีบกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องประชุมที่มีคนนั่งรออยู่เต็มแล้ว โดยไม่ทันสังเกตว่ามีผู้ร่วมประชุมคนหนึ่งจากฝ่ายลูกค้าเขม่นมองมาด้วยสายตาวาววาม

“คุณใจดีมาพอดีเลยครับ ผมขอแนะนำให้รู้จัก คุณอารียา พัฒนะกิจรุ่ง ครับ เธอเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านต่างประเทศของท่านผู้อำนวยจะมาช่วยให้ข้อคิดเห็นต่อระบบไอทีใหม่ของบริษัทในฐานะคนใช้งานครับ”

ทำไมโลกถึงกลมอย่างนี้ แล้ว ‘พัฒนะกิจรุ่ง’ มันนามสกุลของเจ้าของบริษัทนี้นี่

“สวัสดีค่ะ เรียกว่าดิฉันว่า โบวี่ ก็ได้นะคะ คุณพ่อ เออ...ท่านผู้อำนวยการให้ดิฉันมาร่วมประชุมวันนี้เพราะเห็นว่าระบบไอทีนี้มีความสำคัญกับการพัฒนาก้าวต่อไปของบริษัทเราค่ะ แต่ในฐานะคนใหม่ดิฉันคงจะให้ความเห็นอะไรไม่ได้เยอะหรอกนะคะ ยิ่งเรื่องคอมพิวเตอร์ยิ่งไม่ค่อยรู้เรื่องเลยค่ะ แล้วนี่ก็มีแต่คนเก่งๆ ทั้งนั้นเลย คงจะพูดได้ในฐานะ user ตัวเล็กๆ ค่ะ”

ใจดีสบสายตาหวานฉ่ำแต่คมกริบราวคมมีดของอตีตสาวที่ต้นน้ำตกหลุมรัก แล้วชักรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

ซวยล่ะซิ ใจดีเอ๋ย

*********

ต้นน้ำจอดรถคอยอยู่ไม่นาน ร่างกระทัดรัดของใจดีในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสะดุดตาก็เดินออกมาจากอาคารของบริษัทที่เธอยังคงทำงานอยู่ เขาเปิดประตูออกมายืนเต็มส่วนสูงข้างๆ รถเพื่อให้เธอเห็น หญิงสาวชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นเขาแทนที่จะเป็นต้นข้าว ในชั่วแวบที่สบตากันต้นน้ำคิดว่าเธออยากจะหันหลังกลับแต่มีบางอย่างทำให้เปลี่ยนใจเดินตัวตรงมาที่รถ

“ฟูจิไม่สบาย พี่ข้าวต้องพาไปหาหมอก่อน ฉันเลยมารับแทน” เขาบอกรู้สึกขัดตากับท่าทางปั้นปึ่งของเธอ

“ฟูจิเป็นอะไรมากหรือเปล่า” เธอเลิกเมินเขา

“ไข้หวัดธรรมดา ไม่เป็นอะไรมากหรอก”

“แต่พี่ข้าวคงต้องอยู่ดูแลลูก เราเลื่อนนัดไปก่อนดีไหม”

เขาหรี่ตามองเธอ แล้วทำเสียง ฮึ ในลำคอเบาๆ “กลัวอยู่ตามลำพังกับฉัน แล้วจะอดใจไม่ได้หรือไง”

“ใช่ กลัวอดใจสับนายให้เป็นชิ้นๆไม่ได้” เสียงของเธอไม่ได้ดีไปกว่าหน้าบึ้งๆ

“ฟังดูน่าสนุกดี” ต้นน้ำพูดเรียบๆ เช่นเดียวกับสีหน้า เดินอ้อมไปเปิดประตูรถด้านหน้าคู่กับคนขับรอไว้ “ถ้าอยากสับฉันจริงๆ ก็ขึ้นรถ”

ใจดีเม้มปาก เหลือบตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจแต่ก็ยอมเข้ามานั่งในรถ ต้นน้ำยิ้มอยู่ในหน้า ปิดประตูให้เธอ แล้วกลับไปขึ้นรถ ขับออกไปด้วยความเร็วมาก

“วันนี้มีประชุมตรวจรับงานงวดสุดท้าย ฉันโดนแฟนเก่านายสับจนเกือบเละเลยนะต้นน้ำ” เธอกอดอกไว้หลวมๆ พยายามไม่แสดงท่าทางหวาดเสียวกับการขับรถของเขา

“แฟนเก่าฉัน?”

“โบวี่ยังไงล่ะ เขาเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทที่ฉันกำลังพัฒนาระบบให้”

“มิน่าเธอถึงทำท่าเหมือนอยากชกฉันให้ดั้งหัก”

“ฉันจะทำยิ่งกว่านั้น ถ้างานนี้ตรวจรับไม่ผ่านเพราะมีปัญหาอื่นที่ไม่ใช่ความผิดพลาดจากการพัฒนาระบบ”

เรื่องนี้ชักสนุกขึ้นมาจริงๆ แล้ว และเมื่อเขาเห็นแววตาเอาเรื่องของใจดี ก็คิดว่าเธอคงไม่ปล่อยให้เขารอดตัวแน่ถ้างานนี้ตรวจรับไม่ผ่าน แต่เขาไม่คิดจะเอาตัวรอดอยู่แล้ว มีแต่จะพัวพันให้ต่างดิ้นไม่หลุดจากกัน

“ประชุมเป็นยังไงบ้าง” เขาถามเสียงอ่อนลง ลอบมองรูปร่างกลมกลึงที่วันนี้เผยชัดในชุดเข้ารูป ผมที่เริ่มยาวของเธอสะบัดพริ้วไปมาอย่างน่าดู ยิ่งทำให้เขาพอใจ ต้นน้ำรู้แก่ใจมานานแล้วว่าใจดีเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ยั่วยวนอย่างเป็นธรรมชาติ มีแต่เจ้าตัวนั่นแหละที่ไม่เคยรู้ตัวเอง

เธอถอนใจยืดยาวก่อนเล่า “กรรมการตรวจรับงานทุกคนยอมรับในตัวระบบว่าทำงานได้ตามที่กำหนด แต่คุณโบวี่เธอติว่าสีทึมเกินไป ตัวอักษรไม่สวย ออกแบบแสนเชย ทั้งที่คุณพ่อเธอเองเป็นคนเลือกตั้งแต่ต้น ฉันเลยต้องชี้แจงเพื่อเตือนความทรงจำของทุกคนไป ประธานตรวจรับเขาเลยอึดอัดพูดไม่ออกขอเลื่อนการตรวจรับไปก่อน แล้วก็ขอร้องให้ทีมงานของเราช่วยรับคำวิจารณ์นี้ไปพิจารณด้วย ฉันเลยบอกไปว่าจะพยายามปรับเท่าที่สามารถทำได้”

“มีปะทะคารมกันอีกหรือเปล่า” อดห่วงไม่ได้เมื่อนึกถึงการพบกันของสองสาวในครั้งแรก

“คิดว่าฉันชอบมีเรื่องกับลูกค้าหรือไง” เธอถลึงตาใส่เขา

“ใจเย็นๆ เดี๋ยวจะช่วยพูดกับโบวี่ให้ เขาไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น”

“ดีแล้ว เธอเป็นต้นเหตุเพราะฉะนั้นรับผิดชอบด้วย ฉันอยากจะพูดเรื่องนี้แหละ” ตอนนี้ท่าทางปั้นปึ่งเย็นชาของเธอหายไปหมด

“รู้เรื่องหุ้นส่วนแล้วใช่ไหม คิดว่าไง”

เธอสบตาเขาตรงๆ “ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธนี่” นิ่งไปครู่ก่อนถามต่อ “แต่อยากรู้ว่าที่เธอยอมลงทุนอย่างนี้ เพราะอะไร...ใช่เรื่อง...คืนนั้นหรือเปล่า”

“ถ้าใช่ล่ะ”

“ถ้าใช่ก็อย่ามาลงทุน เพราะมันจะไม่มีทางได้ผลตอบแทน”

“ได้ซิ ได้ผลตอบแทนที่คุ้มมากๆ ด้วย และฉันจะได้แน่นอน”

ใจดีหันหน้าไปมองเขาตรงๆ ส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจ “ต้นน้ำ เราเป็นพี่น้องกันอย่างเดิมได้ไหม แล้วลืมเรื่องนี้สักที ฉันไม่สวย ไม่รวย ไม่ได้เป็นนักเรียนนอกอย่างเธอ หรือผู้หญิงที่ผ่านมาของเธอ เธอไม่ได้ชอบฉันจริงๆ จังๆ หรอก แค่อยากเอาชนะ แล้วนี่เราจะมาเป็นหุ้นส่วนกันแล้ว อย่าปล่อยให้ฮอร์โมนพลุ่งพล่านเพราะเห็นฉันโป้เลยนะ”

เขาปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเร่งความเร็วรถขึ้นอีกโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่ภายในใจกำลังสบถลั่นเพราะสิ่งที่เธอพูด

“ต้นน้ำ! ได้ยินไหม”

“ได้ยินชัด”

“งั้นก็พูดอะไรบ้างซิ”

ต้นน้ำหักหัวรถเข้าไปในซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยวอย่างรวดเร็ว ริมทางมีแต่ต้นไม้ใหญ่ขึ้นเขียวครึ้มและตอนนี้ไร้ผู้คน เขาหยุดรถโดยไม่ดับเครื่อง แล้วหันขวับไปมองใจดีด้วยสีหน้าถมึงทึง

“จอดทำไมต้นน้ำ”

“อยากให้พูดไม่ใช่หรือ”

“ก็...พูดมาซิ”

“เธอคิดว่าฉันหลอกลวง” เขาเริ่มด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“ใช่” เธอทำหน้าเชิดตอบด้วยท่าทางไม่หวั่นเกรง แต่แววตาชักหวั่นหวาด

“เธอคิดว่าฉันแค่อยากเอาชนะ” เสียงเขายิ่งเอาจริงเอาจังขึ้น

“ใช่” น้ำเสียงของเธอเบาลงแม้นหน้ายังคงเชิดอยู่

“แล้วก็คิดว่าฉันอยากนอนกับเธอเพราะฮอร์โมนมันพลุ่งพล่าน” คราวนี้เสียงเขาเครียดเคร่งเหมือนเส้นเสียงถูกขึงจนตึง

“เออ...ฉันไม่ได้พูดขนาดนั้น แค่คิดว่ามันเป็นปฏิกิริยาเคมีของผู้ชายเวลาเห็นสิ่งเร้า” ใจดีค่อยๆ ถอยร่นไปจนชิดประตู

“รู้จักธรรมชาติของผู้ชายดีจริงนะ” เขาประชด ดวงตาเข้มจ้องเขม็งที่มือเรียวที่กำลังคลำหาที่เปิดประตู

“แหม ฉันโตแล้วนะ ก็ต้องอ่านเจอบ้างมีคนเล่าให้ฟังบ้างล่ะ แต่สรุปก็คือเรื่องคืนนั้นมันไม่ได้มีอะไรลึกซึ้ง แค่มีสิ่งเร้ามากไปหน่อย ก็ลืมๆ มันซะ ยังไงฉันก็เป็นพี่สาว...ว้าย ! ”

เขาจับต้นแขนเธอ แล้วกระชากร่างเล็กเข้ามาหาตัวจนหน้าอกกลมกลึงบดเบียดกับแผงอกกว้างของเขาก่อนที่เธอจะทันเปิดประตูออกไป

“ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย เลิกเรียกตัวเองว่า พี่สาวบ้าบอ นั่นสักที”

“ต้นน้ำฉันแก่กว่า และฉันแคร์เรื่องนี้ ยังไงฉันก็เป็นพี่”

“ฉันไม่แคร์”

ต้นน้ำดึงร่างเธอข้ามเบาะที่นั่งมานั่งพาดบนตัวเขาอย่างง่ายดาย ไม่นำพากับเสียงร้อง และกำปั้นน้อยๆ ที่ระดมทุบเขาไปทั่ว

“ปล่อยนะ! คนบ้าอย่ามาทำอะไรทุเรศๆ ริมถนนอย่างนี้”

ใช่แล้วเขามันบ้าอย่างที่เธอว่าจริงๆ และกำลังทำทุเรศๆ อย่างไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้

“ถ้ารู้จักผู้ชายจริง เธอจะไม่พูดอย่างนั้น อย่าพูดถึงสิ่งที่จะทำให้เขาพลุ่งพล่าน ถ้าไม่อยากเผชิญกับมันจริงๆ ทีนี้เงียบแล้วฟัง หรือจะให้ฉันทำให้เงียบ”

เขาก้มลงไปกระซิบเสียงเย็นเยียบที่ข้างหูนุ่มๆ รวบมือทั้งสองของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ออกแรงบีบแน่นขึ้น เป็นการเตือนให้รู้ถึงความแตกต่างทางกายภาพที่เทียบกันไม่ได้ และเธอเริ่มตระหนักถึง ใจดีหยุดร้อง นั่งเกร็งนิ่ง ต่อสู้กับเขาแทนด้วยสายตาที่ส่องประกายวาววับราวคมเขี้ยวที่สะท้อนแสง

ต้นน้ำเชยคางเธอขึ้นมาด้วยมือข้างที่เหลือ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไม่ยอมสยบ

“ก่อนอื่นขอพูดเรื่องหุ้น ฉันลงทุนด้วยไม่ใช่เพราะเรื่องคืนนั้น แล้วหาเหตุเข้าใกล้เธอ ฉันเข้าใกล้เธอได้ไม่ยากไม่ใช่หรือ ดูจากเรื่องคืนนั้นกับวันนี้”

“นี่อย่ามาดูถูกกันนะ คืนนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ ส่วนวันนี้เพราะฉันต้องการคุยให้รู้เรื่องถึงยอมขึ้นรถมาด้วย”

เธอกัดฟันพูด ดิ้นเร่าๆ อยู่บนตักเขา ดวงตาลุกวาวเหมือนเสือสาวขี้โมโหที่พร้อมจะขย้ำคอตัวผู้ที่มาหยอกเย้าผิดเวลา

“ดิ้นเข้าไปอยากเจอมากกว่าคืนก่อนใช่ไหม”

ร่างที่กำลังดิ้นหยุดกึกทันที

“ฉันไม่ได้ดูถูก แค่อยากให้รู้ว่าถ้าฉันต้องการใกล้เธอจริงๆ มันไม่ต้องใช้วิธีการอ้อมค้อมแบบนั้นก็ได้ ที่ขอร่วมลงทุนด้วยเพราะอยากช่วย แล้วก็จริงที่ฮอร์โมนฉันมันพลุ่งพล่านเมื่อเห็นเธอ แต่เพราะว่าเป็นเธอ เป็นเธอคนเดียว”

ใจดีพยายามสะบัดหน้าที่แดงก่ำหนีจากมือของเขา แต่ต้นน้ำไม่ยอม

“ใจดี มองฉัน”

เธอนิ่วหน้ากับแรงบีบที่ปลายคาง อาการคุกคามของเขาเลยเปลี่ยนไป เสียงอ่อนโยนลง ปล่อยมือที่รวบจับไว้ออก แล้วใช้มือทั้งสองประคองหน้าเธอให้มองเขาอีกครั้ง

“เราไม่มีทางเป็นแค่พี่น้อง” เสียงเขาแผ่วพริ้ว ท่ามกลางอาทิตย์ยามเย็นที่อ่อนแสงลงมามาก รอบตัวพวกเขาตอนนี้มีแต่ความเงียบ และเงาสลัวของต้นไม้ ความอดทนของเขาก็กำลังอ่อนกำลังลงด้วยเมื่อมีร่างนุ่มๆ มาแนบใกล้ อยากจูบเธอเหลือเกิน อยากดึงเธอมานอนอยู่ใต้ตัวเขา อยากรักเธอเดี๋ยวนี้ ตอนนี้

“เธอคงไม่บังคับผู้หญิงที่ไม่ยินยอมใช่ไหม หยุดทุกอย่างไว้แค่นี้นะต้นน้ำ พี่ขอร้อง”

“เรามาไกลเกินจะหยุดแล้วใจดี” เขาประคองหน้าเธอให้เงยขึ้นอีก กระซิบบอกด้วยเสียงแหบพร่าชิดริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อ

ความอดทนของต้นน้ำดับวูบลงเมื่อได้ลิ้มรสหวานนุ่มจากริมฝีปากที่เผยอค้างเพื่อจะทัดทาน เขาเริ่มต้นจุมพิตอย่างนุ่มนวล ไม่ต้องการให้เธอตื่นกลัวเหมือนคราวก่อน ครั้งนี้มันจะแตกต่าง เขาจะปลุกเร้าให้เธอเร่าร้อน และจดจำเพียงสัมผัสของเขาเท่านั้น จุมพิตเรียกร้องมากขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้เธอถอยหนี เกี่ยวกระหวัดลิ้นนุ่มนิ่มด้วยลิ้นร้อนๆ ของเขาที่ไล่โลมไล้จนร่างเล็กสะท้านไหวไปทั้งตัว และเขาเองก็เสียวซ่านจนสะท้านไปทั่วร่างด้วยพิษจุมพิตนี้เช่นกัน





Wink Wink Wink
แก้ไขโดย Niree เมื่อ 04-03-2013 10:36
 
ส่งข้อความส่วนตัว
one2522
#2 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 03-03-2011 12:05
สมาชิก

ข้อความ: 23
เข้าร่วม: 14.11.09

แล้วมันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน
ตามเป็นกำลังใจ
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Niree
#3 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 03-03-2011 22:19
สมาชิก

ข้อความ: 99
เข้าร่วม: 04.11.09

นั่นซิค่ะ จะหยุดหรือไม่หยุดดี อิอิ
แต่ตอนนี้ต้องขอบคุณ คุณวัน สำหรับ
กำลังใจอย่างมากมายค่ะ Grin
 
ส่งข้อความส่วนตัว
ratnuj
#4 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 04-03-2011 19:52
สมาชิก

ข้อความ: 34
เข้าร่วม: 21.11.09

ต้นน้ำ....อย่า...อย่า...อย่าช้าาาาาา....ฮ่าๆๆ
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Niree
#5 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 05-03-2011 13:43
สมาชิก

ข้อความ: 99
เข้าร่วม: 04.11.09

น้องรุจ....อย่า...อย่าเร่งงงงงงงง อิอิ
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Marut
#6 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 07-03-2011 14:07
สมาชิก

ข้อความ: 4
เข้าร่วม: 06.03.11

มาเร่งเช่นกันว่า อย่าาา...อย่าาา...ได้ช้าขอรับ คิคิคิ
บทต่อไปจงมา จงมา จงมา
ขออนุญาติสะกดจิตนะขอรับ ^^

นักอ่านน้องใหม่Wink
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Niree
#7 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 08-03-2011 14:25
สมาชิก

ข้อความ: 99
เข้าร่วม: 04.11.09

ขอบคุณมากค่ะน้อง marut นักอ่านน้องใหม่
ที่มาเป็นกำลังใจ แต่พี่ปูว่าน้องรุจใช้มนต์สะกดผิดบทนะ
มันเลยชาไปทั้งตัวแล้วค่ะ...เลยเขียนไม่ค่อยออก (หาเรื่องแก้ตัว แฮะ แฮะ)

ยังไงน้องชายรูปหล่อ (ต้องหล่อๆ แน่) ช่วยเปลี่ยนมนต์สะกดหน่อยนะจ๊ะ เอาที่สะกดแล้วตาสว่าง หัวแล่นฉิว
บทต่อไปจะได้มา...มา...มา

Grin Grin Grin


 
ส่งข้อความส่วนตัว
Marut
#8 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 09-03-2011 15:44
สมาชิก

ข้อความ: 4
เข้าร่วม: 06.03.11

คงจะหายากมากเลยขอรับมนต์ที่ว่านั่น
คงต้องวานให้ใครมานำทางซะแล้วสิ^^

เป็นกำลังใจให้นะขอรับ แม้ช่วงนี้จะสอบแต่ก็จะแบ่งเวลามานั่งเชียร์ยังขอบสนามเลยขอรับWink
แก้ไขโดย Marut เมื่อ 10-03-2011 04:37
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Iodine
#9 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 10-03-2011 13:25
สมาชิก

ข้อความ: 117
เข้าร่วม: 08.10.10

โอย ๆ ยั่ว ๆ
ใจดีนะไม่เท่าไหร่ แต่คนแต่งนี่สิ ยั่วคนอ่าน ฮ่า ฮ่า
เดี๋ยวรอ เรียบร้อยโรงเรียนพี่ปูหวานก่อนดีกว่า
ค่อยมาอ่าน บิ้วส์ให้ต่อเนื่อง Shock
Grin
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Snowbee
#10 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 10-03-2011 19:31
สมาชิก

ข้อความ: 8
เข้าร่วม: 21.11.09

พี่ปู พี่ปู พี่ปู ช่วยพาต้นน้ำกะใจดีออกมาจากที่ซ่อนซะทีเถอะค่ะ ใจจะขาดรอนๆ
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Niree
#11 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 11-03-2011 10:15
สมาชิก

ข้อความ: 99
เข้าร่วม: 04.11.09

น้อง marut สอบเสร็จก่อนแล้วค่อยมาให้กำลังใจพี่ปูก็ได้ค่ะเดี๋ยวสอบตกจะมาโทษ อิอิ ว่าแต่เป็นนักเรียน หรือนักศึกษาจ๊ะ

น้องไอ...ฮ่า ฮ่า รู้ทันว่าพี่ปูชอบยั่วคนอ่าน

ใจเย็น ใจเย็น Snowbee พี่ปูกำลังทางด่วนพิเศษอยู่ จะได้พาหนุ่มสาวเขาออกจากที่ซ่อนสักที เพราะพี่ชักกลัวโดนน้องๆ ถล่มแล้ว

 
ส่งข้อความส่วนตัว
Marut
#12 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 11-03-2011 17:18
สมาชิก

ข้อความ: 4
เข้าร่วม: 06.03.11

แวะมาตามอีกซักครั้ง เผื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้พี่ปูมาลงบทต่อไปเร็วๆ(จะดีมากขอรับ เพราะอ่อยเหยื่อนานมันเป็นบาป คิคิคิ^^)
อ่ะแฮ่ม...เป็นนักศึกษา(ตามเกณท์ของเวปขอรับ) ผ่านไหมเนี่ยเรา???
นักอยากเขียนมาบ่นเอ๊ยบอกแล้ว นักเขียนรีบลงตอนต่อด่วนนะขอรับ กลัวโดนถล่มแทนWink
แก้ไขโดย Marut เมื่อ 11-03-2011 17:40
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Kay2kay
#13 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 12-03-2011 10:55
สมาชิก

ข้อความ: 38
เข้าร่วม: 28.09.10

o m g..no one cant stop mr. ton-num eieieiei he is rone raeng..nong jaidee, you are serious dead meat now..!!
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Niree
#14 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 13-03-2011 11:29
สมาชิก

ข้อความ: 99
เข้าร่วม: 04.11.09

ohhhhhh my dear....i am afraid of you eieiei Shock
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Snowbee
#15 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 15-03-2011 21:01
สมาชิก

ข้อความ: 8
เข้าร่วม: 21.11.09

พี่ปู ใจเย็นเกินไปอ่ะปล่าว?
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Snowbee
#16 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 15-03-2011 21:01
สมาชิก

ข้อความ: 8
เข้าร่วม: 21.11.09

พี่ปู ใจเย็นเกินไปอ่ะปล่าว?
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Kay2kay
#17 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 18-03-2011 05:52
สมาชิก

ข้อความ: 38
เข้าร่วม: 28.09.10

kn pu ja, hurry up uploading chapter 6 eieiei..raw..raw.raw..I cam here the 5th time laew ja.!
 
ส่งข้อความส่วนตัว
Niree
#18 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 19-03-2011 14:26
สมาชิก

ข้อความ: 99
เข้าร่วม: 04.11.09

จวนแล้ว จวนแล้วจ้า เอิ้กกกกก
 
ส่งข้อความส่วนตัว
ไปยังฟอรั่ม:
แสดงผลในเวลา: 0.09 วินาที
233,005 ผู้เยี่ยมชม